แก้ปวดฟันด้วยขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน

หลายคนคงเคยกับอาการ ปวดฟันและทรมานกับอาการปวดฟันกันมาบ้างนะคะ เพราะทรมานเหลือแก้ปวดฟันด้วยขมิ้นชันเกินแทบอยากจะถอนทิ้งกันเลยทีเดียวเชียวแหละ  วันนี้จะมานำเสนอสมุนไพรใกล้ตัว ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน และแก้ท้องร่วง ท้องเดิน แก้ไข้หวัด แก้โรคผิวหนังเรื้อรัง แก้อาการแพ้จากแมลงกัดต่อย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณ อีกมากมาย และวิธีการใช้ วิธีการขยายพันธุ์  มาเริ่มกันเลยนะคะ

ลักษณะของขมิ้นชัน  คือเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน สีของเหง้าจะออกเหลืองถึงสีแสดจัด  และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว  ใบมีลักษณะเรียวยาว ปลายแหลม  ออกดอกเป็นช่อ  ออกช่อจากเหง้าโดยตรง  ออกตรงกลาง ดอกจะมีสีขาว  มีแถบสีเหลืองคาด  มีกลีบประดับสีขาว

ขมิ้นชันมีชื่ออื่นๆ

ขมิ้นชันมีชื่อมีชื่ออื่นๆว่า  ขมิ้นป่า ขมิ้นทอง ขมิ้นดี  ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว (จังหวัดเชียงใหม่)  ขมิ้น (ทั่วไป )  ขี้หมิ้น  หมิ้น  (ภาคใต้)  ตายอ  (กะเหรี่ยง-จังหวัดกำแพงเพชร)  สะยอ (กะเหรี่ยง- จังหวัดแม่ฮ่องสอน )

ขมิ้นชันมีชื่อสามัญว่า

Turmeric

ขมิ้นชันมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า

Curcuma  longa  Linn.

ขมิ้นชันมีสารเคมีและสารอาหารที่สำคัญ  

ในเหง้ามีสารเคอร์คิวมิน  ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายเชื้อแบคทีเรีย  และมีน้ำมันหอมละเหย

สรรพคุณของขมิ้นชัน

สรรพคุณของขมิ้นชัน  แก้ปวดฟัน แก้ไข้หวัด แก้ฟกช้ำ  แก้นิ่ว  แก้โรคผิวหนังเรื้อรัง  แก้อาการแพ้และอักเสบจากแมลงกัดต่อย และยังช่วยรักษาฝี  แก้อาการท้องร่วง ท้องเดินได้อีกด้วยค่ะ

ส่วนวิธีการใช้ขมิ้นชัน

ส่วนวิธีการใช้ขมิ้นชัน  สำหรับแก้ปวดฟันให้ใช้แง่งสดโขลกให้ละเอียดผสมกับเกลือ และผสมพิมเสนการบูร ใช้แทนยาสีฟัน  ทุกเช้าและก่อนนอน  ถ้าต้องการรักษารากฟัน ให้นำแง่งขมิ้นชัน ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยพร้อมด้วยเกลือ 1 หยิบมือ อมทิ้งไว้สัก 10 นาที  แล้วค่อยบ้วนน้ำทิ้ง  สำหรับแก้ฟกช้ำ ให้นำแง่งขมิ้นชัน มาฝนกับปูนแดงผสมน้ำเล็กน้อยแล้วทาบริเวณที่ฟกช้ำ  สำหรับแก้นิ่ว  ให้ใช้เหง้ามาตำให้ละเอียด  กรองเอาเฉพาะน้ำนำมาผสมกับน้ำปูนใส กินครั้งละ 1- 2 ถ้วยน้ำชา  กินวันละ 2- 5 ครั้ง และให้กินจนกว่าจะหาย สำหรับแก้อาการท้องร่วง ท้องเดิน ให้ใช้เหง้าแก่สด  ความยาวประมาณ 2 นิ้ว  ปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาตำให้ละเอียด เติมน้ำเปล่าที่สะอาด  แล้วกรองเอาแต่น้ำรับประทาน ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ   3 – 4 ครั้ง  สำหรับแก้อาการแพ้และอักเสบจากแมลงกัดต่อยและรักษาฝี โดยให้ใช้เหง้าขมิ้นชันสด  ประมาณ 2 นิ้ว ฝนหรือนำมาตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำต้มสุก  แล้วทาบริเวณที่เป็น หรือมีเหง้าแห้ง ให้นำเหง้าแห้งมาบดเป็นผงให้ละเอียด ผสมกับน้ำสะอาดสักเล็กน้อยแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็น

ข้อควรระวังในการใช้ขมิ้นชัน

ควรทำเอง  ไม่ควรซื้อผงขมิ้นชันตามท้องตลาด  เพราะขมิ้นผงที่ขายทั่วไปตามท้องตลาด ส่วนมากจะทำจากขมิ้นอ้อย  ส่วนบางคนอาจจะแพ้ขมิ้นชันได้ โดยจะมีอาการคลื่นไส้  หรือท้องเสีย ปวดหัว หรือนอนไม่หลับ ควรหยุดใช้ทันที

ส่วนที่นำมาใช้เป็นยา

ใช้เหง้าสด แก่ และ แบบแห้ง

วิธีการขยายพันธุ์ขมิ้นชัน

โดยใช้หน่อ  หรือ เหง้าแก่นำมาปลูกลงในดินที่ได้เตรียมไว้ แล้วรดน้ำ

สุดท้ายนี้ จึงอยากให้ลองหามาใช้ เพราะเห็นว่ามีประโยชน์มากมาย และเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่มีมานาน   วิธีปลูกก็ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก  และยังเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกร มีรายได้ ช่วยเศรษฐกิจไทย ลดการใช้ยาจากต่างประเทศที่มีราคาแพงได้อีกทางหนึ่งค่ะ

หญ้าปักกิ่งคืออะไร

หญ้าปักกิ่ง มหัศจรรย์จากพฤกษชาติบำบัด

หากจะกล่าวถึงสมุนไพร ที่ถือว่าเป็นโอสถของเทวดาแล้ว หนึ่งในชื่อของโอสถเทวดานี้จะต้องมีชื่อของหญ้าปักกิ่งอย่างแน่นอน ด้วยลำต้นเป็นใบเรียวสีเขียวคล้ายใบของต้นไผ่ ตัวใบมีความชุ่มชื่นและอุ้มน้ำอยู่ตลอดเวลา ขนาดความสูงของมบอยู่ที่ประมาณ 10-40 เซนติเมตร โดยปกติมีสีเขียวสด และอาจมีแถบอบม่วงอยู่บ้าง หญ้าปักกิ่งนิยมนำมาใช้เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ หญ้าปักกิ่ง คืออะไรและมีการแบ่งปันข้อมูลว่า หญ้าปักกิ่งสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้ ดังนั้นยาสมุนไพรที่มาจากหญ้าปักกิ่งจึงมีราคาไม่แพง และถูกกว่าการรักษาแบบทั่วๆไป ดังนั้นบทความนี้ เราจะเรียนรู้และศึกษาความมหัศจรรย์ของหญ้าปักกิ่งให้มากยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง และผู้คนรอบข้าง

สถานที่ที่พบบ่อยที่สุด
หญ้าปักกิ่ง พบครั้งแรกแถบเมืองในประเทศจีน โดยอยู่ทางจีนตอนใต้แถวเขตสิบสองปันนา และแพร่พันธุ์ไปทั่วภูมิภาคเอเชียตอนกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการพบหญ้าปักกิ่งขึ้นในทุกภาคของประเทศไทยด้วย และมีมากที่สุดในบริเวณภาคเหนือและอีสานตอนบนของประเทศไทย แต่หญ้าปักกิ่งนั้นสามารถเพาะปลูกได้ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย เพียงแต่ยังไม่เป้นการแพร่หลายเท่านั้น

ลักษณะเฉพาะของหญ้าปักกิ่ง

ด้วยความที่หญ้าปักกิ่งจัดเป็นพืชประเภทพืชล้มลุก ดังนั้นตังใบและลำต้นจึงมีความอ่อนตัวง่าย สามารถรับกับแรงลม หรือการถูกเหยียบย่ำได้อย่างมาก ใบของหญ้าปักกิ่งมีลักษณะอ่อนตัวได้สีเขียวสด แต่ทั้งนี้ความสดของหญ้าปักกิ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่ และความอุดมสมบูรณ์ด้วย เช่นหากเป็นพื้นที่ดินร่วนที่ไม่อุ้มน้ำอากาศชื้นและอยู่ภายใต้แสงแดดรำไร หญ้าปักกิ่งจะเติบโตและเจริญงอกงามเป็นพิเศษ โดยปกติอุณหภูมิของอากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหญ้าปักกิ่งคือไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส

การขยายพันธุ์พืชหญ้าปักกิ่ง ทำได้ง่ายๆเพียงแค่การหว่านเมล็ดพันธุ์หรือการแตกหน่อเท่านั้น และคุณสามารถเลือกใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยในสนามหลังบ้านก็สามารถเพาะพันธุ์หญ้าปักกิ่งได้

ประโยชน์ของหญ้าปักกิ่งในเชิงเศรษฐกิจ
หญ้าปักกิ่งมีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยสามารถสรุปเป็นประเด็นได้ดังต่อไปนี้

1.ช่วยให้แผ่นดินบริเวณที่ปลูกสามารถอุ้มน้ำได้ดีขึ้น
คุณสมบัติแรกของหญ้าปักกิ่งนั่นคือ หากปลูกบนดินร่วนปนทรายที่ไม่ค่อยมีการอุ้มน้ำ รากของตัวหญ้าปักกิ่งจะช่วยให้ดินดังกล่าวมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดีขึ้นมาก ช่วยทำให้หน้าดินไม่สูญเสียความชุมชื้นไป เป็นวิธีการถนอมหน้าดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุอยู่เสมอ

2.เป็นอาหารของสัตว์หลายชนิด
หญ้าปักกิ่ง ถือเป็นอาหารชั้นดีของสัตว์หลายชนิด อาทิ ม้า วัว ควายเป็นต้น และเนื่องด้วยที่หญ้าปักกิ่งมีสรรพคุณเป็นยา จึงทำให้สัตว์ที่กินหญ้าปักกิ่งเหล่านี้ มีความแข็งแรงสุขภาพดี และผลิตเนื้อหรือนมที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภคด้วย
3.ปลูกหญ้าปักกิ่งขายได้
หลายคนอาจเลือกทำฟาร์มหญ้าปักกิ่ง เพื่อส่งออกหรือจำหน่ายเป็นวัตถุดิบในการทำยาเพื่อรักษาโรคต่างๆ อาทิโรคมะเร็งได้ โดยอาจเลือกพันธุ์หญ้าปักกิ่งที่มีคุณภาพจากประเทศจีนมาเป็นตัวขยายพันธุ์ได้ สำหรับตลาดรับซื้อนั้นมีทั้งภายในประเทศ และการส่งออกไปยังต่างประเทศเช่นที่ประเทศจีนเป็นต้น

ประโยชน์ของหญ้าปักกิ่งในเชิงการแพทย์

จากที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่า หญ้าปักกิ่งถือเป็นหญ้าเทวดาที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคหลายๆโรคได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งคุณสมบัติที่หลากหลายนี้ทำให้สินค้า หรือผลิตภัณฑ์จากหญ้าปักกิ่งได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ที่รักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ดังนั้นเพื่อให้เห็นประโยชน์ของหญ้าปักกิ่งมากขึ้น เรามาพิจารณาถึงประโยชน์ทางการแพทย์ของหญ้าปักกิ่งกันนะครับ

1.มีผลต่อการรักษาโรค
โรคที่มีผลต่อการรักษาในทางที่ดีขึ้น โดยการใช้หญ้าปักกิ่งประกอบไปด้วย รักษาโรคมะเร็งในตับ โรคมะเร็งในลำคอ โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งลำไส้ โรคลูคีเมีย โรคไทรอยด์ โรคไตอักเสบ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจ และมีผลต่อการบำรุงหัวใจด้วย

2.ปรับสมดุลทางจิตใจ
หญ้าปักกิ่งมีคุณสมบัติพิเศษอีกประการหนึ่ง นั่นคือควบคุมความสมดุลทางด้านจิตใจให้กับร่างกาย ช่วยลดภาวะเครียดที่เกิดขึ้นในร่างกายและทำให้การทำงานเป็นปกติ

3.ช่วยบรรเทาอาการเป็นโรคภูมิแพ้
ช่วยบรรเทาอาการเป็นโรคภูมิแพ้ในคนได้ และหากรับประทานหญ้าปักกิ่งอย่างต่อเนื่องสามารถทำให้อาการของภูมิแพ้บางชนิดหายไปได้ด้วย

วิธีการนำหญ้าปักกิ่งมารับประทาน
1.นำหญ้าปักกิ่งที่มีความเขียวชอุ่มมาประมาณ 800 กรัมจากนั้นนำมาโขลกให้ละเอียดหุ้มด้วยผ้าขาวบาง

2.จากนั้นเทหญ้าปักกิ่งที่โขลกละเอียดดีแล้วผสมกับน้ำประมาณ 6 ขวดน้ำชาเขียว โดยน้ำที่นำมาผสมนั้นจะต้องเป็นน้ำเย็น และมีความสะอาด

3.อย่าลืมกรองเศษหญ้าปักกิ่งด้วยผ้าขาวก่อนนำน้ำหญ้าปักกิ่งเก็บเข้าตู้เย็น

4.วิธีการรับประทานคือ ให้รับประทานเป็นน้ำดื่มแช่เย็น โดยอาจผสมกับน้ำมะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยของ น้ำหญ้าปักกิ่ง หรืออาจผสมกับน้ำตาลเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้หญ้าปักกิ่งมีรสชาติที่ดียิ่งขึ้น

5.ปกติการดื่มน้ำหญ้าปักกิ่ง จะรับประทานในช่วงเช้าที่ท้องว่าง หรือในช่วงเวลาก่อนเข้านอน ซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถดูดสารอาหารที่เป็นประโยชน์เข้าไปรักษาอาการของโรคต่างๆในร่างกายได้

6.ห้ามรับประทานหญ้าปักกิ่งสดๆ โดยไม่ผ่านกระบวนการคั้นเสียก่อนเนื่องจากหญ้าอาจมีรสชาติของความเฝื่อนพอสมควร

7.อย่ารับประทานหญ้าปักกิ่งพร้อมกับพืชที่มีหัวบนพื้นดินเช่น ฟักทอง หัวไชเท้า เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่ไม่ต้องกังวลเนื่องจากพบอาการแบบนี้น้อยมาก

8.หากมีช่วงประมาณสัปดาห์แรก มีอาการหงุดหงิด หรือรู้สึกไม่สบายตัว ขอให้ทำความรู้สึกสบายๆเนื่องจากหญ้าปักกิ่งอาจกำลังทำปฏิกิริยากับโรคร้ายๆต่างในร่างกายอยู่ หากสามารถปล่อยวางได้ภายใน 1 สัปดาห์อาการรู้สึกหงุดหงิดจะหายไป และจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

9.การรับประทานหญ้าปักกิ่งเกินขนาด จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้นปริมาณที่เหมาะสมคือ ไม่เกิน 2 แก้วน้ำต่อวัน แต่หากปั้นเป็นยาลูกกลอน ไม่ควรรับประทานหญ้าปักกิ่งเกินกว่าปริมาณ 1 เม็ดยาลูกกลอน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบในทางลบต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย

การประยุกต์ใช้องค์ความรู้เพื่อพัฒนาหญ้าปักกิ่ง
หญ้าปักกิ่งยังมีคุณสมบัติที่ดีอีกมากต่อร่างกาย แต่เนื่องจากหลายๆคนอาจมองข้ามประโยชน์ของหญ้าปักกิ่ง จึงทำให้มีการบริโภคหญ้าปักกิ่งเพื่อการป้องกันและรักษาโรคในปริมาณที่น้อย ดังนั้นการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาเพื่อหาข้อดีของหญ้าปักกิ่ง จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์จากหญ้าปักกิ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

การใช้หญ้าปักกิ่งเพื่อรักษาโรคมะเร็ง
อย่างที่กล่าวไว้ในข้างต้นแล้วว่า หญ้าปักกิ่งมีคุณสมบัติประการสำคัญประการหนึ่งนั่นคือ ในการรักษาโรคมะเร็ง ดังนั้นหากเราต้องการใช้หญ้าปักกิ่งเพื่อรักษาอาการของโรคมะเร็งด้วย อาจเพิ่มปริมาณหรือวิธีการใช้ยา ด้วยการบริโภคเป็นในลักษณะของแคปซูลหรือว่าในลักษณะของยาลูกกลอนแทน และเพิ่มปริมาณเป็นวันละ 2-4 เม็ด โดยบริโภคในช่วงก่อนรับประทานอาหารเช้า และในช่วงก่อนนอนเช่นเดิม ทั้งนี้การรับประทานยาสมุนไพรจากหญ้าปักกิ่ง ควรได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรคมะเร็งเฉพาะทางก่อนทุกครั้ง

บทสรุป
กล่าวโดยสรุปแล้ว หญ้าปักกิ่งถือเป็นพืชสมุนไพร และเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีประโยชน์มากต่อการรักษา ดังนั้นการเรียนรู้และศึกษา พร้อมทั้งการทำงานวิจัยค้นคว้าจะช่วยให้ สามารถพัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในด้านต่างๆของหญ้าปักกิ่งได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งหากขยายแนวคิดทางด้านการใช้หญ้าปักกิ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ จะสามารถช่วยเสริมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร หรือชุมชนท้องถิ่นให้มีรายได้จากการปลูกหญ้าปักกิ่งออกขาย หรือมีหน่วยงานของรัฐรับซื้อไปเพื่อผลิตเป็นยาสมุนไพรจำหน่ายให้กับชาวไทย และชาวต่างประเทศทุกท่าน ไม่แน่ว่าในอนาคตผลิตภัณฑ์จากหญ้าปักกิ่ง อาจช่วยฟื้นฟูประเทศไทยให้พ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้ อย่างอัศจรรย์ เหมือนความอัศจรรย์ของการรักษาโรคโดยใช้หญ้าปักกิ่งก็เป็นได้